• 5 มีนาคม 2019 at 14:55
  • 206
  • 0

 

Friend Zone ให้100ล้านสำหรับการไทอิน!!!!

 

ภาพยนตร์เรื่อง Friend Zone: ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน ผลงานล่าสุดของ ชยนพ บุญประกอบ (Suckseed ห่วยขั้นเทพ, เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ) ออกฉายรับวันวาเลนไทน์ ได้รับเสียงตอบรับหลายแบบ แต่ไม่ว่าเสียงผู้ชมจะออกมาทางไหน ประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงคือหนังเรื่องนี้ไทอินสินค้าเยอะมาก เยอะจนแทบเรียกได้ว่าไม่แฝงโฆษณากันเลย เห็นกันไปชัด ๆ

Related image

 

การไทอินสินค้าในภาพยนตร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ หนังฮอลลีวูดก็ทำกัน ซีรีย์เจมส์ บอนด์ล้วนทำหน้าที่ในการ ขายของผ่านอุปกรณ์ไฮเทคและรถยนต์สุดทันสมัยและครบครันไปด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์มาแต่ไหนแต่ไร หนึ่งในฉากการไทอินสินค้าในภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่ผมยังจำได้แม่นถึงตอนนี้มาจากภาพยนตร์เรื่อง World War Z ในฉากที่ตัวเอกซึ่งแสดงนำโดยแบรด พิทท์ กลิ้งกระป๋องน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งเพื่อล่อซอมบี้ กระป๋องน้ำอัดลมยี่ห้อนั้นกลิ้งไปอย่างช้า ๆ (และลุ้น ๆ) จนเชื่อได้ว่าใครออกจากโรงมาต่างต้องจำได้ว่าเป็นยี่ห้ออะไร

 

 

 

ส่วนหนังไทย สินค้าของห้างร้านบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจล้วนเคยปรากฎตัวเสมอมา ในอินทรีแดงฉบับวิศิษฐ์ ศาสนาเที่ยง ตัวเอกต่อสู้กับเหล่าตัวร้ายจากองค์กรมาตุลีกันหน้าป้ายบิลบอร์ดที่หมุนเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ของบริษัทประกันชีวิตหนึ่ง หรือแแม้แต่หนังอิสระอย่างไทบ้านเดอะซีรีย์ ก็ยังเห็นกลุ่มละครจิบน้ำหวานผ่านขวดกันเป็นระยะ ๆ

          หลายคนอาจสงสัยว่าทำหนังโดยไม่แฝงโฆษณาได้ไหม ก็ตอบเลยว่า ได้แต่ เสี่ยงที่จะเจ๊งสูง  กิจกรรมการสร้างภาพยนตร์นั้นเป็นเรื่องของเงินทุนมหาศาล ต้นทุนในทุกขั้นตอนตั้งแต่พัฒนาบทถึงทำโพสต์โปรดักชั่นอยู่ราว ๆ 10-20 ล้านบาท  การลงทุนเองด้วยเม็ดเงินขนาดนั้นถือว่ามีความเสี่ยง ยิ่งขนาดของจำนวนผู้ชมภาพยนตร์ไทยในประเทศเราไม่ได้ใหญ่นัก ไหนรายได้ที่ได้คือยอดเฉพาะกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ที่ต้องแบ่งครึ่งกับโรงหนังอีก ตามต่างจังหวัดเงินรายได้ก็เข้าไปสู่สายหนังแทน ยอดรายได้ที่คนรู้เอาเข้าจริงกลับเข้าบริษัทไม่มากอย่างที่คิด หนทางในการหาผู้สนับสนุนจึงเป็นทางออกที่ดี เราจึงได้เห็นสินค้าหลากหลายปรากฎในหนังตั้งแต่สายการบิน (การถ่ายในสุวรรณภูมิเป็นความฝันของเด็กเรียนภาพยนตร์หลายคน) ธนาคาร ดิวตี้ฟรี โทรศัพท์มือถือ มอเตอร์ไซค์ ฯลฯ แถมสถานที่ถ่ายทำต่าง ๆ ที่เป็นประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนและเอเชียไกล เลยคิดว่า จีดีเอช 559 น่าจะคิดขยายขอบเขตการฉายไปสู่ประเทศนั้น ๆ

 

Image result for friend zone

ในบรรดาสินค้าทั้งหมดที่ถูกไทอินและผมรู้สึกตื่นเต้นกับการปรากฎตัวอยู่ของมันคือการไทอิน เบียร์กันแบบสุด ๆ ไปเลย คงไม่มีหนังเรื่องไหนที่จะมีเบียร์ปรากฎได้ชัดและเยอะกว่านี้อีกแล้ว (ซึ่งไม่รู้ว่าความถี่ในการปรากฏนั้นสัมพันธ์กับจำนวนเม็ดเงินที่ได้มาหรือไม่)

 

สุราและเครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิดนั้นห้ามเผยแพร่โฆษณาตัวผลิตภัณฑ์ ผมจำได้ว่าสมัยเด็ก ๆ โฆษณาเหล้าเบียร์คือของโฆษณาที่พบเห็นได้ตามปกติ หนึ่งในตำนานโฆษณาสุราที่คิดว่าคนร่วมรุ่นคนยังจำกันได้คือ ไอ้ฤทธิ์กินแบล็คเด็กในเวลานั้นอย่างผมก็ได้ดูในเวลาทั่วไป จากนั้นกรอบเวลาออกอากาศของโฆษณาเหล้าเบียร์ถูกขยับออกไปให้ออกอากาศหลังสี่ทุ่มเนื่องวิธีคิดแบบรัฐศีลธรรมด้วยกลัวเด็กเยาวชนเห็น (แต่หารู้ไม่ว่าเด็กก็นอนดึก) เท่านั้นไม่พอ ในภายหลังห้ามไม่ให้พูดถึงผลิตภัณฑ์อีก ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นโฆษณาสุราออกมาในลักษณะ มันเกี่ยวยังไงกับสินค้าวะอาทิ การไปเน้นความงามของสาว ๆ ในชุดนางกินรี เป็นต้น

กลับมาที่ Friend Zone เบียร์ไม่เพียงปรากฏอยู่แต่กลายเป็นส่วนสำคัญใช้เป็นเครื่องมือหลักในการเล่าเรื่อง หนึ่งใน execution (สถานการณ์ที่อธิบายสถานะของฉากนั้น ๆ) ที่ถูกใช้เป็นแกนหลักในการสร้างปมและคลี่คลายคือการที่เหล่าบรรดาผู้ตกในเฟรนด์โซนเดินถือแก้วสองใบไปกดเบียร์ (แน่นอนว่าแก้วอีกใบคือของคนที่แอบชอบ) execution จึงมีทั้งการดื่มเพื่อให้หายช้ำใจ ชนแก้วเพื่อปลอบใจ ยันไปถึงเอาแก้วไปให้เพื่อสร้างโอกาสใหม่

 

 

 หรือฉากที่ลงอ่างเบียร์ซึ่งถือเป็นซีนไฮไลท์ของเรื่องก็ถูกปั้นสถานการณ์เริ่มต้นจากการ ชวนไปกินเบียร์ก่อนจะมาที่การชวนกันลงอ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยเบียร์ นำไปสู่สถานการณ์เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ

 

ความน่าสนใจอยู่ที่วิธีคิดในการนำเสนอเบียร์และคนกินเบียร์นั้นแตกต่างออกไปจากที่องค์กรรณรงค์ด้าน สุขภาพมักนำเสนอ เช่น ถูกเสนอไปพร้อมกับภาพลักษณ์ จน เครียด กินเหล้าผูกเรื่องการติดสุราเข้ากับความจนและการหมดอนาคต หรือการนำเสนอในฐานะของ บาปผ่านแคมเปญงดเหล้าเข้าพรรษา ดังนั้นตัวละครใด ๆ ในสื่อ ที่กินเหล้าเบียร์ (และสูบบุหรี่) จะถูกจัดให้เป็นคาแรคเตอร์ของตัวโกงหรือคนเลวทั้งสิ้น  ซึ่งใน Friend Zone คนที่ดื่มเบียร์กลับเป็นคนชนชั้นกลางค่อนสูงที่หน้าตาดีและดื่มเบียร์กันเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องธรรมดาสามัญเหมือนเช่นกินอาหารอื่น ๆ เบียร์มิได้เป็นเครื่องดื่มที่นำไปสู่การเสียสติ แต่เบียร์กลับเป็นเครื่องดื่มที่นำไปสู่การเปิดใจ การปลอบใจ และการเข้าใจในที่สุด

 

โดยส่วนตัว คิดว่านี่คือการแอบลองท้าทายความพยายามแอ๊บเป็นรัฐศีลธรรมแบบเนียน ๆ และสื่อบันเทิงไทยควรมีการนำเสนอภาพของสิ่งต่าง ๆ ที่หลากหลายแบบนี้  ไม่ใช่ผลิตซ้ำแต่ภาพเดิมที่ถูกผลิตด้วยวาทกรรมบางอย่างซ้ำ ๆ (แม้ว่าเบื้องหลังอาจจะเป็นเรื่องโจทย์ทางการค้าก็ตาม) ส่วนใครจะคิดอย่างไรกับการนำเสนอภาพดังกล่าวก็มาถกเถียงกัน ดีกว่ากดไว้ใต้พรมจนท้ายที่สุดก็เป็น ยิ่งห้ามก็ยิ่งยุแบบทุกวันนี้